SCG Roof Expert

หลังคาสวย พร้อมระบบหลังคาและบริการ จากเอสซีจี


บทความ | Article

เตรียมบ้านให้พร้อม รบกับร้อน จะกี่ร้อน…ก็ชนะ

 

              เมืองไทยเมืองร้อน ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆ ก็ยังวนเวียนอยู่กับสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะเวลากลางวัน ต้องเผชิญกับแสงแดดจ้าสาดส่องกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ และยิ่งฤดูร้อนมาเยือน ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน อุณหภูมิสูงสุดในช่วงบ่ายอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส จากปกติอากาศร้อนอุณหภูมิจะอยู่ที่ราว 35-39 องศาเซลเซียส แสงแดดเช่นนี้อาจทำร้ายผิวพรรณเวลาออกไปข้างนอกบ้าน แถมยังทำให้ป่วยไข้ไม่สบายกันได้ง่ายๆ และยิ่งอากาศร้อนๆยิ่งทวีความหงุดหงิดใจ จนไม่เป็นอันทำอะไร พาลจะอารมณ์เสียใส่คนรอบข้างไปทั่ว โดยเฉพาะสมาชิกภายในบ้านเอง ควรดูแลกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นโดยทางตรงหรือทางอ้อม วิธีหนึ่งนั้นคือเริ่มต้นจากการใส่ใจดูแลบ้านให้ดี และปรับปรุงส่วนต่างๆของบ้านที่อาจส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคนในครอบครัว อย่าปล่อยให้กลายปัญหาหนักลุกลามและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เช่น เมื่อเกิดปัญหาบ้านร้อน ไม่ควรปล่อยปะละเลยแต่ต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว

 

 

           เมื่อต้องเจอกับอากาศร้อน แม้จะหลบอยู่ในบ้านก็ยังไม่หนีไม่พ้น ความร้อนยังตามติดมาทุกหนแห่ง การแก้ไขปัญหาโดยวิธีเปิดแอร์คลายร้อนอย่างเดียวนั้นดูจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ผลที่ตามมาคือต้องเสียค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นจากมิเตอร์ไฟฟ้าที่หมุนไม่หยุดหย่อน และยังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย แล้วทางออกที่ดีที่สุดของปัญหานี้คืออะไร ? วิธีไหนเวิร์คสุด ?

 

           เคยสงสัยกันหรือไม่ ว่าสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนเกิดจากอะไร จริงๆ แล้วมันมีหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งมีทั้งที่เกี่ยวข้องกับงานเชิงโครงสร้างและส่วนประกอบอื่นๆ หากพูดถึงเชิงโครงสร้างส่วนสำคัญอย่าง “หลังคา” พระเอกของบ้านคงจะถูกมองข้ามไปไม่ได้ เพราะเป็นส่วนที่ช่วยป้องกันแสงแดด แรงลม และสายฝนจากภายนอก เสมือนเป็นเกราะปกป้องผู้อยู่อาศัยให้ได้รับความปลอดภัย และช่วยให้ภายในบ้านเย็นสบาย สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีการติดตั้งระบบหลังคากันความร้อน แน่นอนว่าแสงแดดย่อมส่งรังสีความร้อนทะลุผ่านหลังคาเข้ามาสะสมไว้ในตัวบ้านได้สูงถึง 70% กลายเป็นปัญหาใหญ่ของผู้อยู่อาศัย เพราะจะหนีออกข้างนอกก็เจอแดด จะหลบอยู่ข้างในก็ร้อนเกินทน ดังนั้นการรู้ไว้ใช่ว่า เกี่ยวกับโครงสร้างของหลังคาจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้บ้านร้อน สรุปหลักๆ ได้ดังนี้

 

  1. ไม่ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน

        หลายคนคิดว่าแค่ติดตั้งหลังคาบ้านและฝ้าก็เป็นอันเสร็จสิ้น แต่จริงๆ แล้วโครงสร้างหลังคาส่วนนี้แหละเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้บ้านร้อน โดยเวลาแสงแดดส่องปะทะลงมาจะเกิดไอร้อนสะสมอยู่ระหว่างพื้นที่ใต้หลังคาและฝ้าเพดาน สังเกตง่ายๆ เวลากลางวันเมื่อเอามือไปสัมผัสตรงฝ้าเพดาน จะร้อนมาก เนื่องจากมีความร้อนสะสมอยู่ข้างบนนั่นเอง และไอร้อนนี้เอง จะค่อยๆแผ่อุณหภูมิความร้อนแทรกเข้ามาภายในตัวบ้าน แม้ว่าจะตกเย็น พระอาทิตย์ลาลับไปแล้วก็ตาม แต่ไอร้อนที่สะสมไว้ปริมาณมากตั้งแต่ตอนกลางวันก็ยังจะแผ่ออกมาเรื่อยๆ

 

 

 

วิธีการแก้ไข

         แผ่นสะท้อนความร้อน เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนจากหลังคาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากทำมากจากอลูมิเนียมฟอยล์ มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนได้ พร้อมส่วนประกอบอื่นๆ จากเส้นใยแก้วสามทาง และโพลีเอทธีลีนฟิล์มเป็นกาวประสาน ป้องกันการฉีกขาดและทนต่อการหลุดลอก การเลือกใช้แผ่นสะท้อนความร้อนที่มีส่วนประกอบเหล่านี้ จะมั่นใจได้ในประสิทธิภาพการทำงานและอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยสามารถติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนได้ทั้งบนแปและใต้แป

 

 

 

        2. การสร้างบ้านผิดทิศทาง

 

 

        ปัญหาที่พบบ่อยครั้งคือการก่อสร้างบ้านและตำแหน่งห้องผิดทิศทาง วางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและลม เช่น ห้องนั่งเล่นหันหน้าไปทางทิศตะวันตกยามบ่าย หรือหันหน้าออกตรงกับทิศทางที่อับลม ทำให้พื้นที่ภายในบ้านเกิดความร้อน อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

 

 

 

 

วิธีการแก้ไข

           เริ่มต้นจากเจ้าของบ้าน ควรทำความเข้าใจตำแหน่งที่ตั้งของตัวบ้าน สามารถอธิบายหรือพาผู้ออกแบบและช่างก่อสร้างมาสังเกตพื้นที่จริงว่าทิศทางลม และการเคลื่อนตัวของแสงแดดในแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร จะได้วางแผนออกแบบและก่อสร้างบ้านได้อย่างเหมาะสม ทำให้บ้านและตำแหน่งการวางห้องต่างๆตั้งอยู่ในทิศทางที่ไม่ร้อนจนเกินไป มีประตู หน้าต่างเปิดกว้างได้รับลมพัด ช่วยให้อากาศถ่ายเท และไม่อับชื้น

 

 

 

3. วัสดุผนังกักเก็บความร้อน

            ผนังบ้านเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้าน เนื่องจากส่วนใหญ่วัสดุที่ใช้ก่อสร้างผนัง จะเป็นอิฐมอญและอิฐแดง ซึ่งเป็นตัวกักเก็บความร้อนชั้นดี จึงไม่แปลกเมื่ออยู่ในบ้านตอนกลางวันจะรู้สึกร้อน หรือในปัจจุบันการออกแบบบ้านนิยมสไตล์โมเดิร์น ที่มักจะใช้วัสดุที่เป็นกระจกทำเป็นผนังบ้าน แม้จะสวยงาม ทันสมัย แต่หากเลือกวัสดุที่ไม่มีคุณภาพ ถึงจะได้บ้านสวยแต่ต้องเผชิญกับความร้อนจนทนอยู่ภายในบ้านไม่ได้แน่ๆ

 

 

 

          

        ในท้องตลาดปัจจุบันมีขายวัสดุ เช่น แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้สังเคราะห์ และฉนวนใยแก้วกันความร้อน ที่สามารถติดตั้งไว้ในระบบผนังฝั่งที่โดนแดดจัดเพื่อช่วยบรรเทาความร้อนได้ หากต้องการใช้วัสดุที่เป็นกระจก ควรเลือกกระจกแบบตัดแสง UV กระจกลามิเนตทีมีเนื้อฟิล์มตรงกลาง หรือกระจกแบบสองชั้น ซึ่งตรงกลางจะทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความร้อน แถมยังช่วยเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้อาจมีการเลือกใช้สีทาบ้านแบบสะท้อน UV ซึ่งจะช่วยทำให้บ้านเย็นได้อีกทางหนึ่ง

 

4. ไม่มีต้นไม้ให้ร่มเงา

          พื้นที่บ้านแห้งแล้ง ไร้ร่มเงาของต้นไม้ ใบหญ้า ย่อมทำให้บริเวณบ้านรวมถึงตัวบ้านร้อน ไม่น่าอยู่เอาเสียเลย รู้หรือไม่ว่าต้นไม้ช่วยดูดซับความร้อน และปล่อยออกซิเจน สังเกตง่ายๆเวลาไปบ้านที่มีต้นไม้เย็นๆ เราจะรู้สึกเย็นสบาย และสดชื่น อีกทั้งการปลูกต้นไม้ไว้ริมผนังบ้านจะช่วยเพิ่มร่มเงา ป้องกันแสงแดดไม่ให้มากระทบผนังบ้านได้ ช่วยทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นลงมาก

 

 

 

 

 

 

วิธีการแก้ไข

          เริ่มจาการปลูกต้นไม้ ปลูกหญ้า หรือพืชพรรณดอกไม้ต่างๆตามใจชอบ วิธีนี้ง่ายๆ แค่สละเวลาและงบประมาณเพียงเล็กน้อย ในการปรับปรุงพื้นที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก แค่ในส่วนที่อยู่ห่างจากตัวบ้านพอสมควร พอจะบดบังผนังบ้านไม่ให้โดนแสงแดดได้ หรือหากมีพื้นที่เยอะหน่อยจะขยับขยายออกไปตามแนวรั้วก็ได้ เมื่อต้นไม้เติบโตแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา จะทำให้บริเวณบ้านร่มรื่น สดชื่น และยังทำให้ภายในบ้านเย็นสบายอีกด้วย

 

หน้าร้อนมาเยือนในครั้งนี้ รบกับอากาศร้อนได้สบายกว่าครั้งไหนๆ แค่ปรับปรุงบ้านให้พร้อมรับมือ ด้วยการใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันความร้อน มีคุณภาพ อย่างระบบหลังคากันร้อน เอสซีจี (SCG Heat Protection System) รวมถึงคำนึงการจัดวางทิศทางของห้องต่างๆภายในบ้านให้เหมาะสม เพิ่มเติมการปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านเสียหน่อย เพื่อให้ร่มเงาและสร้างความสดชื่น ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น คนในครอบครัวก็สุขสบาย เย็นใจกันถ้วนหน้า …จะกี่ร้อนก็พร้อมรับมือ


หลังคาแบบใดที่ท่านสนใจ

โปรไฟล์กระเบื้อง

รูปทรงเรียบ
รูปทรงลอน
รูปทรงว่าว
รูปทรงลายไม้

สีหลังคา

เทา-ดำ
น้ำตาล
แดง-เหลือง-ส้ม
น้ำเงิน-ม่วง
ขาว
เขียว

ราคา

ราคาต่ำกว่าหรือเท่ากับ 200 บาท/ตร.ม.
ราคา 201 - 500 บาท/ตร.ม.
ราคา 501 - 800 บาท/ตร.ม.
ราคา 801 บาทขึ้นไป